วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ทับทิมกรอบ

วันนี้แจกสูตร ทับทิมกรอบครับ เป็นสูตรที่ทำทานในบ้านเป็นประจำและก็อร่อยมาก
ส่วนผสม
-แห้วต้มน้ำตาลหันลูกเต๋า 500 กรัม
-เฮลซ์บลูบอย 120 กรัม
-น้ำตาล 200 กรัม 
-ใบเตย 3-4 ใบ
-น้ำเปล่า 200 กรัม 
-แป้งมัน 140 กรัม 
-เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่น
-กะทิ ใส่ปริมาณตามใจชอบเลยครับ (ส่วนตัวใช้กะทิอร่อยดี อบควันเทียนค่ะ ใส่ทับทิมกรอบ จะอร่อยมาก)
วิธีทำ
1.นำแห้วที่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋ามาคลุกกับน้ำแดงเฮลซ์บลูบอย ให้เข้ากันให้สีสม่ำเสมอ พักไว้ประมาณ 20 (ถ้าสีอ่อนไปสามารถเพิ่มสีผสมอาหารสีแดงลงไปได้อีกนะครับ)
2.นำน้ำตาลกับน้ำเปล่า ใบเตย 3 ใบ ไปเชื่อม ในหม้อ เปิดไฟปานกลางเคี่ยวจนน้ำตาลข้นได้ที่ ปิดไฟพักไว้
3. นำแห้วที่คลุกกับเฮลซ์บลูบอยได้สีแดงดีแล้ว มารินน้ำสีแดงออกจากอ่างผสม แล้วเอาแป้งมัน เทลงไป คลุกให้แป้งมันให้ทั่วแห้วทุกชิ้น เเล้ว นำไปร่อนในตะแกรง ให้ แป้งส่วนเกินออกให้หมด
4. ต้มน้ำให้เดือด พอน้ำเดือดใส่แห้ว ที่คลุกแป้งลงไป คนนิดนึงไม่ให้ติดกัน แล้วรอจนแห้วลอยขึ้นมา แสดงว่าสุกแล้ว ตั๊กไปน็อคน้ำเย็นทันที
5. นำแห้วที่แช่ในน้ำเย็น ใส่ตะแกรงให้น้ำออกให้หมด แล้วนำไปแช่ในน้ำเชื่อมที่เชื่อมไว้ เพื่อไม่ให้ทับทิมติดกัน
6.ตักทับทิมที่ได้ใส่ถ้วย ใส่มะพร้าวอ่อน ใส่กะทิที่เตรียมไว้ กะทิใส่ปริมาณตามใจชอบเลยนะครับ ใส่น้ำแข็งเพื่อชูรสชาติ พร้อมทานครับ


วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

หมูโสร่ง


เมนูหมูโสร่ง จ้าาาาา
🥚วัตถุดิบ
1. เนื้อหมูบดละเอียด 200 กรัม
2. รากผักชี (หั่น-โขลกละเอียด) 2 ช้อนชา
3. กระเทียม (หั่น-โขลกละเอียด) 2 ช้อนชา
4. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
5. เกลือ 1/4 ช้อนชา
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. น้ำมันสำหรับทอด
9. เส้นหมี่ซั่ว 100 กรัม
เคล็ดลับในการเลือกเส้นหมี่ซั่ว
1. เส้นหมี่ซั่ว ที่นำมาใช้ต้องเป็นชนิดไม่เค็ม เพราะถ้าชนิดเค็ม หมูโสร่งจะออกมามีรสชาติเค็มมาก กรณีหาเส้นแบบไม่เค็มไม่ได้ให้ลดจำนวนเกลือและน้ำปลาลง
2.ถ้าไม่มีเส้นหมี่ซั่ว ใช้เส้นบะหมี่เหลืองเส้นเล็กแทนได้ แต่อาจจะมีรสชาติเค็มเล็กน้อย ซึ่งอาจจะต้องใช้แป้งข้าวโพดหรือแป้งมันสำปะหลังมาผสมเล็กน้อย เพื่อให้หมูยึดเกาะกันและเมื่อพันเส้นหมี่แล้วให้สอดปลายเข้าด้านในและกดให้ติดกับเนื้อหมู แล้วควรทอดเลยทันที จะช่วย ไม่ให้เส้นหลุดจากเนื้อหมูขณะทอดได้
🥣วิธีทำ
1. ใส่หมูบด เครื่องปรุงทั้งหมด ลงในชามผสม นวดให้เหนียว
2. เส้นหมี่ซั่ว 4-5 เส้น ใส่หมูเล็กน้อย พันให้เป็นก้อนกลม (เหมือนลูกตะกร้อ ก้อนไหมพรม) เรียงใส่ถาด คลุมด้วยผ้าขาวบาง
3. กระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟอ่อนกลาง ใส่ก้อนหมูที่พันเส้นแล้ววางใส่ตะแกรงทอดกดๆ พอให้เต็ม ยกตะแกรงลงทอด ให้น้ำมันท่วม ใช้ตะหลิวตักน้ำมันราดให้ทั่ว ทิ้งไว้ พออยู่ตัวค่อยเกลี่ยออกจะตะแกรง ทอดต่อในกระทะ ดูสีน้ำตาลทองๆ ก่อนเอาขึ้นเร่งไฟอีกครั้งไม่ให้อมน้ำมัน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
4. ทานคู่กับน้ำจิ้ม (น้ำจิ้มปอเปี๊ยะ)

วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560

ผัดเปรี้ยวหวานหมู

สูตรผัดเปรี้ยวหวานหมู



ผัดเปรี้ยวหวานหมู เมนูนี้เป็นเมนูที่ใครหลายๆ คนรู้จักกันดีและคงเคยรับประทาน สำหรับรสชาติของเมนูนี้จะออกรสเปรี้ยวและหวานตามชื่อของเมนูเลย ส่วนสีสันของเมนูนี้ก็คงไม่ต้องพูดถึงเพราะสีสันสวยงามชวนให้รับประทานแน่นอน

วัตถุดิบผัดเปรี้ยวหวานหมู

 สำหรับ 2-3 ที่
เวลา 10 นาที

1. กระเทียมไทยสับ 5 กลีบ
2. เนื้อหมู 200 กรัม
3. สับปะรด (หั่นชิ้นพอดีคำ) 1 ถ้วย
4. แตงกวา (หั่นชิ้นพอดีคำ) 1 ถ้วย
5. หอมใหญ่ (หั่นเสี้ยว) 1/2 หัว 
6. พริกหวานสามสี อย่างละ 10 กรัม
7. มะเขือเทศ 1 ลูกใหญ่
8. ต้นหอม (หั่นท่อน) 3 ต้น
9. ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วยตวง
10. น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
12. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
13. น้ำมันพืช (สำหรับผัด) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์ที่ใช้

 กระทะ

วิธีทำผัดเปรี้ยวหวานหมู

 1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไปรอให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดให้มีกลิ่นหอมหลังจากนั้นใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก เติมน้ำลงไปเล็กน้อย
2. ใส่แตงกวา หอมใหญ่ พริกหวาน ลงไปผัดจนสุก หลังจากนั้นจึงค่อยใส่มะเขือเทศและสับปะรดผัดให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทรายและน้ำปลา ใส่ต้นหอมลงไปผัดให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

ยำถั่วพูกุ้งสด

ยำถั่วพูกุ้งสด เมนูแซ่บนัว อร่อยเพลิน ๆ แบบไทย ๆ







ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ครัวบ้านพิม

            ยามบ่ายแก่ ๆ ในวันที่อากาศเป็นใจ หากคุณคิดจะหาอะไรทำ ลองมาเตรียมอาหารมื้อเย็นง่าย ๆ ดีกว่า แล้วบ้านไหนที่เป็นคออาหารประเภทยำ ๆ ล่ะก็ ต้องไม่พลาดกับเมนู... "ยำถั่วพูกุ้งสด" ...สูตรอร่อยจาก คุณพิม ครัวบ้านพิม  (อีกแล้ววววว^^)
           
            โอยยย... เพียงแค่ได้ยินชื่อเมนู ก็ชวนให้น้ำลายสอแล้ว อยากลองลิ้มชิมรสถั่วพูกรุบ ๆ พร้อมด้วยกุ้งสดตัวโตกับไข่ต้มคลุกเคล้าน้ำยำรสแซ่บนัวจานนี้แล้วล่ะ... ฮั่นแน่คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็อย่ารอช้า ไปเข้าครัวลงมือทำ ยำถั่วพูกุ้งสด กันเลยดีกว่าจ้า




:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

           ถั่วพูฝักกลาง ๆ ที่ไม่แก่ 160 กรัม

           กุ้งสด 10 ตัว

           หมูสับ 100 กรัม

           น้ำพริกเผา (ไม่หวาน) 3 ชต.

           หัวกะทิ 7 ชต.

           มะนาว 2 ลูกเล็ก หรือประมาณ 2.5 ชต.

           น้ำปลา 1.5 ชต.

           น้ำตาลปี๊บ 1.5 - 2 ชต.

           ถั่วลิสงคั่วหรือทอด โขลกหยาบ ๆ 2 ชต.

           พริกขี้หนูแห้งทอด 10 เม็ด

           หอมแดง 5 หัว  หรือ หอมแดงเจียวใหม่ ๆ 2 ชต.

           กระเทียมกลีบใหญ่ 6-7 กลีบ หรือ กระเทียมซอยบาง ๆ เจียวใหม่ ๆ  2 ชต.

           น้ำมันสำหรับเจียวหอมกระเทียม

           พริกขี้หนูสวนซอยบาง ๆ 5-10 เม็ด  ............. (ถ้าชอบเผ็ดก็ใส่ ไม่ชอบเผ็ดก็ไม่ต้องใส่)

           ป.ล. รสโดยรวมจะออกนัว ๆ กลมกล่อม เผ็ดหอมน้ำพริกเผาและเครื่องที่ใส่ แต่จะไม่จี๊ดจ๊าดเป็นแบบยำแซ่บ


:: วิธีทำ ::

          อันดับแรกก็มาทำความรู้จักส่วนผสมแต่ละอย่างกันก่อน สำหรับคนที่รู้จักส่วนผสมทุกอย่างตามด้านบนแล้ว ก็ข้ามตรงนี้ไปได้เลย ^^


           ถั่ว พู ...... เลือกฝักที่ไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป  (ขอให้เป็นฝักโตๆ หน่อย)  และเลือกฝักที่ยังสดใหม่ ไม่เน่า ไม่ดำคล้ำ ไม่ช้ำ ..  
พอได้ถั่วพูมาแล้วก็ล้างให้สะอาด แล้วใส่ตะกร้าโปร่งพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ


           กุ้งสด .... พิมใช้กุ้งขาว ซื้อมาจากตลาดบางกะปิ ขนาดกี่ตัวโลไม่รู้ โลละ 175-  ใช้ประมาณ 10 ตัวค่ะ

             หมู สับ .... พิมใช้หมูสามชั้นที่มีมันไม่มาก+สันคอหมู ล้างสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วสับรวมกับค่ะ .....  ออกมานุ่มดีและมีมันไม่มากเท่าไหร่



           ถั่วลิสงคั่ว/ทอด .... อันนี้พิมไม่ได้ทอดเอง ซื้อแบบทอดมาแล้วถุงละ 5 บาท  แต่ใช้จริงประมาณแค่ 2.50 บาทค่ะ ก็บี้เอาเปลือกถั่วออก แล้วก็เอาไปโขลกไว้พอหยาบ ๆ

           พริกขี้หนูแห้งทอด/คั่ว .... เลือกใช้พริกขี้หนูแห้งที่เม็ดยาวหน่อย  เอาไปคั่้วไฟอ่อน ๆ ในกระทะ ตอนคั่วใส่น้ำมันและเกลือไปสักนิด 
(น้ำมันจะช่วยให้พริกคั่วมีสีสวยสม่ำเสมอกัน ส่วนเกลือช่วยลดความฉุน และช่วยคงความกรอบไว้ให้นานขึ้นค่ะ)

           พริกเผา ..... เลือกชนิดไม่หวานนะ  จะตำเองก็ได้หรือว่าจะซื้อมาจากตลาดก็ได้นะคะ ตามถนัดเลย  (เอาแต่เนื้อ ๆ นะคะ น้ำมันไม่ต้องมาก)


           กระเทียม .... พิมเลือกใช้กระเทียมกลีบใหญ่  ส่วนหอม..ปกติใช้หอมแดง แต่วันนี้ไม่มี ไปร้านค้าแถวบ้านก็มีแต่หอมแบบนี้ ก็เอามาใช้แทนกันพอได้อยู่ แต่เมื่อเจียวเสร็จแล้ว กลิ่นจะหอมไม่เท่าหอมแดง)

   
           หัวกะทิ .... คั้นจากมะพร้าวขูดขาว หรือถ้าใครไม่มี/ไม่สะดวกคั้นกะทิเอง จะใช้กะทิกล่องก็ได้  แต่มันไม่หอมหวานมันเท่ากะทิสด


           ไข่ ... จะใช้ไข่เป็ดหรือไข่ไก่ก็ได้ แต่พิมชอบใช้ไข่ไก่มากกว่า เพราะรู้สึกว่ารสชาติเค้าจะออกนุ่มนวลเข้ากับยำถั่วพู ก็นำไข่ไก่ไปล้างสะอาด แล้วนำไปต้มจนสุก ส่วนจะสุกมากหรือน้อยก็ตามความชอบของเพื่อน ๆ เลย

 เมื่อทำความรู้จักส่วนผสมแต่ละอย่างกันไปแล้ว ก็มาเริ่มเตรียมของแต่ละอย่างกัน^__^



           เริ่มต้นก็มาทำการลวกกุ้งกันก่อน ด้วยการใส่น้ำลงในหม้อใบย่อม ๆ ใบนึง นำหม้อขึ้นตั้งเตาไฟ ใช้ไฟกลาง พอ น้ำเดือดจัด ก็ค่อย ๆ หย่อนกุ้งใส่ลงไป  รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง กุ้งเปลี่ยนสี ก็เป็นอันว่ากุ้งสุกแล้ว ... ใช้ตะหลิวหรือทัพพีโปร่ง ๆ ตักขึ้นมาพักไว้ได้เลย


           จากนั้นก็ตั้งหม้อใบเดิมบนเตาไฟต่อ รอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่หมูสับลงไป ใช้ตะหลิวยีหมูสับให้กระจายตัวออกจากกัน  รอน้ำเดือดอีกครั้งและหมูสับสุก ก็ใช้ได้ ... ตักเฉพาะหมูขึ้นใส่ชามใบเล็ก ๆ ไว้  (น้ำเก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งทิ้ง)


           แล้วเราก็จะได้หมูที่รวนแล้ว กุ้งที่ลวกแล้ว ...  พักไว้ก่อน


           ต่อมาก็มาจัดการถั่วพูกัน ด้วยการนำถั่วพูที่ล้างสะอาดแล้วมาตัดหัวตัดท้ายและดึงเส้นข้างออกให้หมด  (แต่บางอันที่ไม่ค่อยแก่เท่าไหร่ ก็ไม่มีให้ดึง) ... แล้วก็ซอยเฉียง ๆ หนาประมาณครึ่ง ซม. หรือน้อยกว่านิดหน่อย



           พอซอยเสร็จก็เอาถั่วพูลงแช่น้ำที่ผสมเกลือเอาไว้สักแป๊บ .. ถั่วพูจะได้ไม่ดำ



           ระหว่างนั้นก็เอาน้ำใส่หม้อที่เราจะใช้ลวกถั่วพู  ปริมาณน้ำที่ใส่ในหม้อก็กะๆ เอาค่ะว่าให้ท่วมถั่วพูก็เป็นพอ  แล้วเอาไปตั้งบนเตาไฟ ใช้ไฟกลาง พอน้ำเดือดจัด ก็เอาถั่วพู (สรงให้สะเด็ดน้ำก่อน) ใส่ลงไป   ใช้ทัพพีกดถั่วพูให้จมน้ำสักหน่อยแล้วปิดฝาหม้อสักแป๊บ  พอน้ำเดือดอีกครั้งก็เปิดฝาหม้อ ดูว่าถั่วพูสุกดีหรือยัง  ... สุกมากสุกน้อยตามชอบ)





           ถ้าสุกดีแล้วก็ใช้ตะหลิวโปร่งตักถั่วพูขึ้นจากน้ำ ร้อน และเอาไปใส่ไว้ในกาละมังน้ำเย็นจัด (เพื่อให้ถั่วพูยังคงความกรอบ และมีสีเขียวสดอยู่)



          ทิ้งไว้สักแป๊บ พอถั่วพูหายร้อน ก็ค่อยเอาตะหลิวโปร่ง ๆ  ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำอีกที ..... (แล้วก็พักไว้ก่อน)



           จากนั้นก็มาปอกกระเทียม .... อย่างที่บอกในตอนแรกว่าพิมเลือกใช้กระเทียมกลีบใหญ่  ก็แกะกระเทียมออกจากหัวมาสัก 5-6 กลีบใหญ่ปอกเปลือก แล้วซอยบาง ๆ ไว้



           ... ซอยเสร็จก็นำไปเจียวจนเหลือง



           ส่วนหอมแดงก็ทำแบบเดียวกัน  ปอกปลือก - ล้าง  แล้วนำมาซอยบาง ๆ ไว้



           ซอยเสร็จก็นำไปเจียวจนเหลืองสวย และตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน



           เมื่อเตรียมเครื่องต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยก็มาลงมือปรุงกันเลย เริ่มต้นด้วยการหากาละมังสำหรับผสมมาสักใบ  ใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บลงไป ... คนด้วยทัพพีให้เข้ากัน และน้ำตาลละลายดี



           ใส่หัวกะทิลงไป 5 ชต. (ที่เหลืออีก 2 ชต. ไว้ราดตอนจัดใส่จานแล้ว)  คนให้เข้ากันอีกครั้งแล้วชิมรสชาติ  หากขาดรสไหนไปก็เติมได้ตามชอบเลย แต่ส่วนตัวพิมคิดว่ายำชนิดนี้ควร จะรสกลมกล่อมแบบนัว  คือไม่เผ็ดมาก ไม่หวานนัก (ความหวานอีกส่วนจะได้จากถั่วพู เวลาที่เราเคี้ยว) ไม่เปรี้ยวเค็มมาก    ... แล้วพอชิมรสได้ที่แล้ว ก็ใส่หมูกับกุ้งลงไป เคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน




           สุดท้ายก็ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยไข่ต้ม พริกทอด หอมเจียวกระเทียมเจียว ถั่วลิสงคั่วปน ราดด้วยหัวกะทิที่เหลือ แล้วเราก็จะได้ยำถั่วพูออกมาหน้าตาประมาณในภาพด้านล่างนี้





           ขอบอกว่า .... เป็นยำถั่วพูที่อร่อยมากเลยสำหรับพิม คือรสชาติเค้าจะกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวไป ไม่หวานไป  ไม่เค็มไป เผ็ดน้อย ๆ รสชาตินัว ๆ